จัดงานแต่งงานยังไงทางเว็บของเรามีการแนะนำเบื้องต้น
ไอเดียของชำร่วยไทยๆ แบบประทับใจแขก
ธันวาคม 6, 2018 Comments..0

ขึ้นชื่อว่า ว่าที่บ่าวสาว คงหนีไม่พ้นความวุ่นวายกับการเตรียมข้าวของสำหรับงานแต่ง
โดยเฉพาะในพิธีแบบไทย เมื่อได้ชุดไทย ได้สถานที่ ได้อาหาร พิธีการก็พร้อมแล้ว
แต่ยังหาของชำร่วยที่เหมาะกับงานไม่ได้ วันนี้เรามีไอเดีย ของชำร่วยแบบไทยๆ
มาให้คุณๆ เลือกกัน

ช้อนส้อม
ช้อนส้อม ถือเป็นของชำร่วยยอดนิยมอันดับต้นๆ
เพราะมีความหมายดีที่สื่อถึงความผูกพันที่ไม่อาจขาดกันได้
ยิ่งถ้าลองเลือกช้อนส้อมแบบไม้ ก็ถือว่าได้เรื่องความเก๋เป็นอย่างดี

เทียนหอม
เทียนหอมมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ
อาจเลือกแบบที่มีกลิ่นหอมหรือรูปลักษณ์สไตล์ไทย เช่น เทียนหอมรูปดอกมะลิ ดอกรัก
หรือ ดอกกล้วยไม้ รับรองว่าสวยงามเข้ากับงานไทยแน่นอน

เครื่องเบญจรงค์
เครื่องเบญจรงค์เป็นของชำร่วยที่ดูดีมีราคา
แถมยังมีลวดลายวิจิตรงดงามเหมาะกับงานไทยแบบสุดๆ

ลูกประคบจิ๋ว
ลูกประคบจิ๋ว ห่อด้วยผ้าลายไทย ผูกริบบิ้นสีเงินหรือสีทอง
เหมาะสำหรับเป็นของชำร่วยเก๋ๆ ในงานไทย เมื่อแขกได้ไปแล้ว
สามารถนำไปใช้ประโยชน์ สร้างกลิ่นหอมภายใน รถยนต์ ห้องนอน
หรือตู้เสื้อผ้าได้ด้วย

สบู่หอม
สบู่กลิ่นหอมๆ ลองเลือกเป็นกลิ่นดอกไม้ไทยหรือสมุนไพรไทย
ถือได้ว่าเหมาะสำหรับเป็นของชำร่วยในงานไทย และน่าจะถูกใจแขกอย่างแน่นอน

หมอนใบชาจิ๋ว
หมอนใบชา ส่วนใหญ่จะนิยมใช้เป็นของรับไหว้
แต่ก็สามารถใช้เป็นของชำร่วยได้เช่นกัน
แค่เปลี่ยนจากขนาดปกติเป็นขนาดจิ๋วก็ได้ของชำร่วยเก๋ๆ ที่เหมาะกับงานไทยแล้ว

น้ำผึ้ง
เป็นของชำร่วยที่สื่อความหมายถึงความรักของบ่าว-
สาวที่หอมหวานชั่วนิรันดร์เหมือนกับน้ำฝึ้ง
เพียงแค่บรรจุแพ็คเกจให้สวยงามก็เหมาะใช้สำหรับแจกในงานแล้ว

ข้าวสาร
เป็นของชำร่วมอีกอย่างที่สื่อถึงความหมายดีๆ ที่ว่าบ่าว-สาวจะมีกินมีใช้ไม่อดอยาก
โดยใช้ข้าวสารข้าวสารบรรจุในแพ็คเกจจิ้งสไตล์ไทยอย่างกระติ๊บหรือกระบุงสานใบจิ๋ว
เหมาะเป็นของชำร่วยในงานไทยแล้ว

ตลับเซรามิค
ตลับเซรามิกตลับเซรามิคลวดลายดอกไม้ตัดขอบสีทองดูหรูหรา
ก็เหมาะใช้เป็นของชำร่วยในงานได้ หรืออาจเลือกเป็นลวดลายไทยก็จะยิ่งเข้ากับบรรยากาศมากขึ้น

สมุดโน้ตปกผ้าไหม
สมุดปกไหมสมุดโน้ตปกผ้าไหมดูเรียบหรูอย่างไทย เป็นของที่เหมาะและดูดีเลยทีเดียว
เราอาจเพิ่มความยูนีคด้วยปกที่มีชื่อหรือสัญลักษณ์ของบ่าว-สาว
หรือเพิ่มความหรูหราด้วยสีเงินหรือสีทอง

ผ้าพันคอ
ผ้าพันคอผ้าพันคอมีให้เลือกหลายแบบ อาจเลือกเป็นผ้าฝ้ายผ้าไหม
หรือผ้าทอลวดลายไทยก็เหมาะสำหรับเป็นของชำร่วยในงานไทยแล้ว

ต้นไม้
ต้นไม้ต้นไม้ก็เป็นของชำร่วยในงานไทยที่น่ารักและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างการใช้ต้นมะลิ ต้นกล้วยไม้ ต้นสะระแหน่
หรือต้นแมงลักเข้ากับบรรยากาศงานไทยได้ดีทีเดียวเลย…

Read More

ตำนานรักแห่งสาละวิน…ของสาวพม่ากับทหารญี่ปุ่น
ธันวาคม 2, 2018 Comments..0

ตำนานความรักที่สงครามไม่อาจขัดขวาง
เชื้อชาติไม่อาจเป็นอุปสรรคครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นที่แม่น้ำสาละวิน
แม่น้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขาหิมาลัย ไหลผ่าน พม่า
และ ไทย บริเวณเมืองแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือของเราในปัจจุบัน
โดยในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แม่น้ำสาละวิน
ถูกใช้เป็นเส้นทางเข้ายึดพม่า ของทหารญี่ปุ่น
และนั่นคือจุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักของ
นายทหารญี่ปุ่นยศร้อยโท กับ เมียสาวชาวพม่า นามว่า นงปุ๊
นงปุ๊ เป็นสาวพม่าที่สวยงามผุดผาดสะดุดตา ได้พบรักกับ
นายทหารญี่ปุ่น ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนได้เสียเป็นเมีย
และติดตามกันไปทุกที่ชนิดที่ว่าชีวิตนี้จะไม่พรากจากกันไปไหนอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความรักของทั้งคู่ก็เจออุปสรรคสำคัญ
เมื่อระหว่างที่จะนั่งแพข้ามแม่น้ำสาละวินออกจากพม่า ผู้ควบคุม
สั่งไม่ให้ นงปุ๊ ลงแพไปด้วย
ไม่ว่าจะอ้อนวอนขอร้องเพียงใดก็ไม่เป็นผล
ทำให้ทั้งคู่ตระหนักว่านี่อาจเป็นการพบหน้ากันครั้งสุดท้าย
แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อ ร้อยโทชาวญี่ปุ่น
ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการชักปืนประจำกายออก
มาจ่อยิง นงปุ๊ เมียสาวชาวพม่า กระสุนทะลุขมับสิ้นใจตายทันที
ท่ามกลางความตกตะลึงของสายตานับร้อยคู่บริเวณนั้น
สิ้นเสียงปืน ร้อยโทญี่ปุ่น กอดร่างเมียรักเอาไว้
ก่อนจัดการขุดหลุมฝังศพ “นงปุ๊” อย่างดี
แล้วเดินลงไปที่แม่น้ำสาละวินอันเชี่ยวกราก
จากนั้นชักปืนประจำกายปลิดชีพตัวเองตายตามเมียรักไป
ท่ามกลางความเศร้าสลดของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น
ต่อมาทหารญี่ปุ่นในเหตุการณ์ก็พากันนำร่างไร้วิญญาณของนาย
ทหารยศร้อยโทผู้จากไป มาฝังไว้คู่กับคนรัก ณ ริมหาดเหนือแม่น้ำสาละวินอันเย็นยะเยือก

ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานรักอันแสนเศร้าในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ที่ตราตรึงใจไม่แพ้ “โกโบริ-อังศุมาลิน” ของไทย
ขณะเดียวกันมันก็สะท้อนให้เห็นถึงกฎเกณฑ์อันเข้มงวดของ
ญี่ปุ่น ที่ได้รับการปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่นชนิดไม่มีเสื่อมคลาย
แม้โลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนกาลเวลามากแค่ไหน
แต่วินัยและความเข้มงวดของผู้คนชาวอาทิตย์อุทัยยังคงอยู่
เช่นเดียวกับ ร้อยโทชาวญี่ปุ่น
ที่ทราบดีว่าแม้ตนจะเป็นมียศใหญ่โตพอสมควรในกองทหาร
ทว่าก็ไม่ได้รับสิทธิพิเศษไปกว่าคนอื่นและก็ไม่คิดที่จะฉีกกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้
แม้ทางออกสุดท้ายจะเป็นฉากจบที่เปี่ยมไปด้วยความเศร้าสลด
แต่นั่นคือทางออกเดียวที่เขาและเมียรักจะไม่ต้องทุกข์ทรมานจากการโดนพรากห่างกันไปตลอดกาล…

Read More

จะทำอย่างไรเมื่อแฟนเก่ากลับมาขอคืนดี
พฤศจิกายน 27, 2018 Comments..0

หลายคนคงมีประสบการณ์อกหักหรือถูกทิ้ง
ไม่ว่าจะเป็นในช่วงวัยเรียนมัธยม, อุดมศึกษา
หรือจะวัยทำงานก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เจ็บปวดหัวใจไม่น้อยเลย
และใช้เวลาในการเยียวยาหัวใจ บางคนก็นานหลายปี บางคนก็ไม่นาน
1 สัปดาห์ก็มีอาการดีขึ้น

แต่ก็มีอีกหลายคนที่เคยพบเจอกับการกลับมาของคนที่เคยทิ้งเราไป
ที่อาจจะเข้ามาในชีวิตของเราอีกครั้ง มาขอคืนดีหรืออะไรต่างๆ
ทำให้คุณต้องตัดสินใจ วันนี้เรามีข้อคิดๆ
ก่อนจะเลือกกลับไปคิดดีกับแฟนเก่าว่าต้องคิดถึงเรื่องอะไรบ้าง
1.เจ็บอีกครั้งเอาไหม
การเลิกกันนั้นอาจจะเลิกรากันด้วยความไม่เข้าใจกัน
หรือจบกันแบบไม่ดี หรือด้วยเหตุผลอื่นๆ
ที่เป็นสาเหตุให้ต้องเลิกกันก็ตาม แน่นอนว่าคุณคงรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย
ซึ่งการจะกลับไปในจัดเดิมอีกครั้ง คงเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยาก
อันดับแรกคุณยังจำความรู้สึกที่ถูกทิ้งได้หรือไม่
และพร้อมที่จะเจ็บอีกครั้งหรือเปล่า อันนี้ต้องลองถามใจตัวเองดู
2.อยู่คนเดียวได้ไหม
หากค้นพบคำตอบที่เกิดในใจคุณว่าอยู่ได้ ก็ควรอยู่ต่อไป
ให้ลองคิดย้อนกลับไปดูว่าตอนเลิกกันมันเจ็บช้ำแค่ไหน
ตอนเรานั้่นเสียใจแต่ เขากลับเดินออกไปจากเราอย่างหน้าตาเฉย
โดยไม่รู้สึกอะไร ถ้าหากเขาทิ้งไปอีกครั้งคุณจะทำอย่างไร
จะอยู่คนเดียวได้หรือไม่
3.กลับมาในสถานะอะไร
สำหรับบางคนที่เลิกกันไปแล้ว
โดยเฉพาะฝ่ายที่ถูกทิ้งที่มีความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่ในใจ
ถ้าเขาหรือเธอคนนั้นที่ทิ้งคุณไป คิดจะกลับมาอีกครั้ง
ให้ดูว่าควรเริ่มต้นด้วยฐานะอะไร จากเพื่อนก่อนดีไหม

4.มีข้อมูลของอีกฝ่าย
ก่อนที่จะกลับไปคืนดีกับเพื่อนเก่า
อย่างน้อยๆคุณต้องรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาในปัจจุบันบ้าง
ควรดูหรือตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาเข้ามาแบบไหน
จริงใจหรือไม่เข้ามาเพียงเพราะเหงาหรืออะไร
5.คิดเยอะๆก่อนตัดสินใจ
หากคุณยังมีความรักให้กับแฟนเก่า
การกลับไปคืนดีอีกครั้งก็คงเป็นสิ่งที่หัวใจต้องการ
แต่ถ้าระยะเวลาที่เลิกกันมา มันทำให้คุณสามารถอยู่ได้เอง
แฮบปี้กับงาน
มีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวหรือสนุกสนานอยู่กับเพื่อนฝูงแ
ล้ว สามารถลืมเขาคนนั้นได้อย่างแน่นอน
บางทีแม้ยังรักแต่คุณอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว ก็ไม่มีเหตุอะไรที่ต้องกลับไป
นี่ก็คือเหตุผลต่างๆ
ที่คุณควรจะคิดถึงก่อนที่จะกลับไปรีเทิร์นกับแฟนเก่า
สุดท้ายนี้ถ้าคุณใช้สมองกับเรื่องของความรัก คุณจะไม่เจ็บปวดอะไร
แต่ถ้าคุณใช้หัวใจผลลัพท์มักจะตรงกันข้าม…

Read More

รวมประเด็นต้องคิด หากเลือกแต่งงานในต่างจังหวัด
พฤศจิกายน 27, 2018 Comments..0

ว่าที่บ่าวสาวหลายๆ คนอาจจะกำลังปวดหัวกับการเลือกสถานที่จัดงานแต่ง
บางท่านอาจจะเบื่อสถานที่เดิมๆ อย่างเช่นตามโรงแรม ร้านอาหารต่างๆ
และมีไอเดียอยากได้สถานที่สวยๆ ตามต่างจังหวัด ซึ่งถือเป็นไอเดียที่ดี
และถือโอกาสท่องเที่ยวหลังจบงานแล้วได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม
ยังมีเรื่องที่ต้องคิดให้ละเอียดอีกสักนิด หากคิดจะจัดงานที่ต่างจังหวัด
วันนี้เราได้รวบรวมประเด็นสำคัญมาให้คุณลองตัดสินใจดู

1. เวลาในการเดินทาง
ระยะเวลาที่ทุกคนที่จะมาร่วมงานของคุณจะมาถึงงาน
ถือเป็นเรื่องสำคัญและต้องคิดเผื่อไว้ ทั้งกรณีฉุกเฉิน เช่น อาจมีอุบัติเหตุระหว่างทาง รถติด
คุณจึงควรคำนวณระยะทางว่าแขกที่มาร่วมงานจะสามารถเดินทางมาถึงได้เลทสุดมากน้อยแค่ไหน
ก่อนที่พิธีการต่างๆ จะเริ่มขึ้น ทางที่ดีเมื่อคุณคำนวณระยะเวลาต่างๆ
อย่าลืมแจ้งให้แขกทุกคนทราบล่วงหน้า เพื่อที่แขกจะได้มีการเตรียมตัว
เพราะแขกทุกคนอาจไม่สะดวกพักค้างคืนที่จังหวัดนั้นๆ ได้กันครบทุกคน

2. ความปลอดภัย
สถานที่สวยๆ บางแห่งก็อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและอยู่ห่างไกลออกไปจากความเจริญ
จำเป็นมากที่ต้องนึกถึงความปลอดภัย เช่น การเดินทางเข้ามายังสถานที่จัดงานแต่งงาน
ระหว่างทางดูเปลี่ยวหรือไม่
นอกจากนี้คุณต้องพูดคุยกับทางสถานที่ให้ดีถึงเรื่องการรับมือในเรื่องความปลอดภัยต่างๆ
หรือทางที่ดีควรคิดแผนสำรองเตรียมไว้ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินต่างๆ

3. ที่พักและส่วนลด
การจัดงานแต่งงานในต่างจังหวัด
แน่นอนว่าต้องส่งผลไปถึงเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่นอกเหนือหากคุณเลือกจัดงานในจัง
หวัดที่คุณไม่ได้อาศัยอยู่เป็นประจำ แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลไป
เพราะปัจจุบันนี้ตามโรงแรมต่างๆ
จะมีแพ็คเกจจัดงานแต่งงานพร้อมที่พักให้กับคู่บ่าวสาวรวมอยู่ในแพ็คเกจ
ส่วนด้านญาติผู้ใหญ่และแขกที่จะมาร่วมงาน หากพวกเขาสะดวกในการเข้าพัก
คุณก็สามารถแจ้งกับทางโรงแรมเพื่อขอส่วนลดค่าที่พักได้ด้วยเช่นกัน

4. ครอบครัวและคนอื่นๆ สะดวกที่จะมาร่วมงาน
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญสำหรับวันงานแต่งงาน คือ ครอบครัว
ลองปรึกษากับพวกเขาก่อนตัดสินใจจะดีที่สุด เพราะบ่าว-สาวบางก็อาจมีคุณพ่อคุณแม่
หรือญาติผู้ใหญ่ที่อายุมากแล้ว อาจจะไม่สะดวกในการเดินทางโดยนั่งรถนานๆ
จึงต้องคำนึงถึงจุดนี้ หรือหากว่าคุณยังมีความลังเลอยู่
ให้ใช้วิธีสำรวจจากการสอบถามทุกคนที่คุณจะเชิญมาร่วมงานว่า
หากคุณจะจัดงานแต่งงานในจังหวัดนี้ พวกเขาจะสะดวกมาร่วมงานไหม
วิธีนี้จะเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้ว่า หากจัดงานที่นี่แล้วจะทำให้งานกร่อยหรือไม่
ก็สามารถดูได้จากแขกที่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้เลย…

Read More

การเลือกของชำร่วยงานแต่งที่เป็นมงคล
พฤศจิกายน 22, 2018 Comments..0

ของชำร่วยในงานแต่งงานก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการสร้างความประทับ
ใจให้กับแขกภายในงาน อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นตัวแทนของบ่าว-สาว
ช่วยให้งานสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นการเลือกของที่เป็นมงคลก็ช่วยให้ผู้รับประทับใจเป็นของที่ระลึกที่มีคุณค่า
ลองอ่านคำแนะนำเหล่านี้เพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกของชำร่วย
และศึกษาความหมายที่เป็นมงคลผ่านของเหล่านี้กันค่ะ

1. ของชำร่วยที่มีการผูกมัดด้วยเชือก
หมายถึง ความผูกผัน ความรักอันแน่นแฟ้น
กลมเกลียวที่เปรียบเสมือนความรักของสองเราที่มีต่อกัน
แต่การมัดควรเลือกแบบที่มัดเพื่อความสวยงามมากกว่าจะสื่อไปในทางที่มัดแน่นจนแกะไม่ออก 

2. ของชำร่วยประเภทสมุดบันทึก หนังสือ หรือดินสอ ปากกา
หมายถึง การมองเห็นคุณค่าในกันและกัน การจดจำเรื่องราวของเรา
รวมไปถึงการบันทึกในเรื่องราวความรักระหว่างกันที่ผ่านมาและจะใช้คำว่าเรา
ที่จะช่วยกันบันทึกชีวิตของเราทั้งคู่ด้วยกันตลอดไปที่เราอยู่ด้วยกัน
ซึ่งบนของชำร่วยควรบ่งบอกถึงความรัก เช่น ลวดลายหวาน ๆ
หรือแปะชื่อย่อของทั้งคู่ลงไป

3. ของชำร่วยจากน้ำผึ้ง
หมายถึงการอวยพรให้ชีวิตคู่มีความหอมหวานเหมือนกับน้ำผึ้ง
ลองเลือกใช้น้ำผึ้งแท้จากโครงการหลวง เป็นน้ำผึ้งแท้ ปราศจากสารเคมี
เลือกใช้แล้วสบายใจทั้งผู้ให้และผู้รับแน่นอน

4. ของชำร่วยที่เป็นงานสาน
หมายถึง เป็นการสานสายใยรัก
สานความสัมพันธ์ของคู่บ่าวสาวทั้งสองให้ยืนยาว แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ
เลือกแบบที่มีการเว้นช่องว่างในการสานสักหน่อย
ไม่ควรเป็นงานสานที่รัดแน่นจนเกินไป เพราะระหว่างคนสองคน
ควรจะมีที่ว่างมีพื้นเล็ก ๆ บ้าง แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นของเรา

5. ของชำร่วยประเภทที่เป็นกระดิ่ง กระพรวน
เสียงที่ดังกังวานของกระดิ่ง หรือกระพรวน
หมายถึงความรักที่ยาวนานเจริญรุ่งเรือง มีชื่อเสียง
และสีทองยังหมายถึงโชคลาภ และเงินทองอีกด้วย

6. ของชำร่วยประเภทที่เป็นดอกไม้
ความหมาย ความหอมหวาน ความสวยงาม
ความหลากสีของดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น
แทนความรักที่สวยงามพรั่งพรูไปด้วยเสน่ห์ของดอกไม้
เหมือนยามที่รักกันหวานชื่น

7. ของชำร่วยประเภทที่เป็นของเครื่องใช้เป็นคู่ (เช่นตะเกียบและช้อนส้อม)ความหมาย
อันนี้แสดงออกเห็นได้ชัดถึงความผูกพันที่ขาดออกจากกันไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เหมือนราวกับว่า เพราะเรานั้นคู่กัน แต่การเลือกของชำร่วยอันนี้ก็คือ
อย่าทำให้ดูว่าเป็นของใช้ อันนี้ห้ามเพราะถือเป็นความเชื่อ
การออกแบบให้ดูเป็นของที่ระลึกให้มากที่สุดหรือออกแนวน่ารัก ๆ
ก็จะดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว

8. ช็อคโกแลต หรือขนมหวาน
ซึ่งของชำร่วยสิ่งนี้ใช้แทนความหมายของคำว่า “หวานชื่น”
นอกจากจะได้ความหมายที่ดีแล้วในเชิงวิชาการช็อคโกแลตยังอุดมไปด้วยสารแห่งความสุข…

Read More

ไอเดียการจัดงานด้วยช่อลูกโป่ง สวยเก๋ งบไม่บาน แต่ตระการตา
พฤศจิกายน 17, 2018 Comments..0

ซึ่งไอเดียการจัดงานด้วยช่อลูกโป่ง
ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียในการตกแต่งสถานที่ให้สวยเก๋ น่าถ่ายรูป
และราคาไม่แพงเหมือนการจัดด้วยซุ้มดอกไม้
นอกจากนี้ยังสนุกกับการคิดสร้างสรรค์กับการออกแบบธีมตามใจคุณได้อีก
วันนี้เราได้รวบรวมไอเดียการจัดสถานที่งานแต่งด้วยลูกโป่งให้คุณลองเลือกกันดู
รับรองว่าเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครแน่นอน
Simply Beautiful
ไอเดียนี้ คือ การผูกลูกโป่งกับเก้าอี้ในงานแบบง่ายๆ เหมาะกับใช้ในงานเอาท์ดอร์ที่สุด
เพราะไม่ว่าจะในสวน หรือริมทะเลก็ล้วนมีบรรยากาศมันสวยด้วยตัวเองอยู่แล้ว
เราไม่ต้องการตกแต่งเยอะจนไปกลบความสวยของสถานที่
ช่อลูกโป่งเหล่านี้จะเสริมความเป็นธรรมชาติ เมื่อไหร่ที่ลมพัดมา
ลูกโป่งก็จะเคลื่อนไหวซ้ายขวา ทำให้งานดูเบาสบาย มีชีวิตชีวา
Fall/Winter Touch
ธีมฤดูหนาว ถือเป็นความโรแมนติกที่หลายๆ คนชื่นชอบ ถ้าต้องการบรรยากาศอุ่นๆ
ลองแต่งเชือกลูกโป่งด้วยผ้า ริบบิ้น พู่ หรือลูกไม้ ความนุ่ม ความฟูฟ่อง จะให้อารมณ์อบอุ่นได้ดี
หากจัดงานอินดอร์ ก็สามารถปล่อยลูกโป่งให้ลอยสูง ผ้าริบบิ้นที่แต่งไว้จะห้อยลงมา
ทำให้งานดูโรแมนติก แบบที่ไม่ต้องจัดแต่งอะไรมากมาย
สีของฤดูหนาว อาจลองใช้สีแนวเอิร์ธโทน แซมสีทอง/เงิน ซึ่งอาจจะใช้เป็นลูกโป่งสีขาว
หรือลูกโป่งใส แล้วไปเล่นสีที่ผ้าก็ได้เช่นกัน อีกสีที่สื่อถึงฤดูหนาวคือโทนสีม่วง
ส่วนใครที่ชอบสีสดใสหน่อย อาจทำเป็นธีมฤดูใบไม้ร่วงแทน โดยใช้สีส้ม-ชมพูทั้งงาน
ไล่เฉดเข้มอ่อนกันไปก็สวยเลยทีเดียว
Interactive
นำรูปน่ารักๆ ของบ่าวสาว มาผูกกับช่อลูกโป่ง รับรองว่า
บรรดาแขกจะรู้สึกสนุกกับการไล่ดูรูปมากกว่าการให้นั่งดูวิดีโอ
หรือติดรูปตามมุมแบบเดิมๆ แน่นอน
นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ด้านหลังรูปเป็นที่ให้เขียนแสดงความยินดี
แล้วนำมาเย็บรวมเป็นสมุดเล็กๆ ในภายหลัง ถือได้ว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจ
เพราะเวลาแขกได้เห็นรูปต่างๆ
ก็จะมีความรู้สึกร่วมมากกว่าการเขียนลงสมุดที่หน้างานแบบทั่วไป
เมื่อได้เห็นความน่ารักโรแมนติก
แล้วได้ขียนคำอวยพรก็จะได้อะไรที่เป็นธรรมชาติมากกว่าแน่ๆ
ที่สำคัญ อย่าลืมเลือกใช้ลูกโป่งจากแก๊สฮีเลียมเท่านั้น เพราะฮีเลียมเป็นแก๊สเฉี่อย
ไม่ติดไฟ หมดกังวลเรื่องอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้เลย นอกจากนี้ หลังจากเสร็จงาน
เราจะต้องปล่อยลมลูกโป่ง แล้วนำไปทิ้งให้ถูกที่ถูกทาง
อย่าปล่อยให้ช่อลูกโป่งจำนวนมากลอยขึ้นฟ้า เพราะจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม…

Read More

รู้จัก พระตรีมูรติ เทพเจ้าแห่งความรัก
พฤศจิกายน 14, 2018 Comments..0

พระตรีมูรติ เป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมีศักดิ์สูงสุดในศาสนาพราหมณ์
เนื่องจากเป็นการรวมกันของมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ถึง 3 องค์ด้วยกัน
คือ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ
ทำให้มีอานุภาพประทานพรได้กว้างและลึกยิ่งขึ้น
การกำเนิดของ พระตรีมูรติ
มีกล่าวกันไว้หลากหลายเรื่องราว และมักจะเข้าใจว่า พระตรีมูรติ
เป็นภาครวมทั้งสามพระองค์ในร่างเดียวกัน เรียกว่า ทัตตาเตรยะ
บ้างก็กล่าวว่าคือองค์พระนารายณ์
สำหรับเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระตรีมูรติความเดิมมีอยู่ว่า….
ตราบหนึ่งมีฤาษีนามว่า อณิมาณฑวย
กำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญตบะอยู่
ได้มีโจรกลุ่มหนึ่งกำลังหนีเจ้าหน้าที่ผ่านมาทางนั้นพอดี
แต่ฤาษีอยู่ในฌานสมาธิจึงไม่ยอมปริปากพูดใดๆ
ทำให้เจ้าหน้าที่คิดว่าฤาษีเป็นโจรเสียเอง จึงได้จับตัวมาลงโทษ
และถูกเจ้าเมืองสั่งประหารชีวิตโดยการเสียบตรีศูลไว้บนยอดเขาแห่งหนึ่ง แต่ฤาษีขณะนั้นยังไม่ตาย
ระหว่างนั้น นางศีลวตี ภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อสามีชื่อ อุครศรวัสกำลังแบกสามีให้ขี่คอตนเอง
และกำลังเดินทางผ่านเขาลูกนั้นพอดี เพื่อจะหานางอนุสูรยา
ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน ประกอบกับวันนั้นมีฝนตกหนัก ทำให้เดินทางลำบาก
สามีที่รักของนางจึงกล่าวโทษฤาษีอณิมาณฑวย
หาว่าเป็นตัวต้นเหตุทำให้ฝนตก
เมื่อฤาษีได้ยินเข้าก็ไม่พอใจ แม้กำลังจะใกล้ตาย
แต่ก็ไม่วายที่จะสาปแช่งให้ศีรษะของอุครศรวัส
แตกเป็นเจ็ดเสี่ยงยามใดที่พระอาทิตย์ขึ้น นางศีลวตี
ได้ยินคำสาปเข้าก็ไม่ยอมให้สามีเป็นเช่นนั้น
จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้นอีกเลย
ซึ่งคำอธิษฐานได้บังเกิดผลทำให้พระอาทิตย์ไม่ขึ้น
จึงเดือดร้อนกันไปทั่วทั้งสามโลก ความแจ้งไปยัง พระพรหม
พระศิวะ พระนารายณ์ แต่ก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้
เว้นแต่ว่าขอให้ นางศีลวตี ถอนคำอธิษฐานนั้นเสีย
ดังนั้น ทั้งสามพระองค์จึงได้เสด็จไปหานางอนุสูยา
เพื่อให้นางไปขอร้องนางศีลวตี ถอนคำอธิษฐานอีกครั้ง
ซึ่งในระหว่างไปพบ นางอนุสูยา สามีนางคืออรตีไม่อยู่บ้าน
โดยทำทีว่าขออาหารจากนางอนุสูยา นางยินยอมทำตามที่ร้องขอ
แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่านางจะต้องจัดอาหารให้โดยปราศจากอาภรณ์
สถานการณ์จึงเหมือนหนีเสือปะจรเข้
เพราะว่าหญิงใดเปลื้องอาภรณ์ต่อหน้าผู้อื่นที่ไม่ใช่สามี
ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ซื่อสัตย์ แต่นางไม่อยากผิดคำมั่นสัญญา
อีกทั้งคำร้องขอที่แปลกประหลาดนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
ซึ่งอาจเป็นกลลวงอะไรสักอย่างได้
เมื่อได้เล็งเห็นเช่นนั้น นางจึงนึกถึงสามี
และอธิษฐานที่นางได้กระทำไปไม่ได้เป็นสิ่งยั่วยวนหรือกามราคะใดๆ
เมื่อทั้งสามพระองค์ร้องขอออกมาว่าโอ้มาตา โปรดให้อาหารแก่เราเถอะ
ประโยคนี้ทำให้นางตัดสินใจคิดเสียว่าทั้งสามพระองค์คือบุตรของนาง
ด้วยความเมตตานางจึงเปลื้องอาภรณ์ออก
ทันใดนั้นพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์ก็กลับกลายร่างเป็นทารกน้อยทั้งสาม
นางอนุสูยาจึงให้น้ำนมและอาหารจนอิ่มหลับไป
เมื่อสามีของนางอนุสูยากลับมาเห็นเข้า
และรับทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงได้เข้าไปดูและปลุกขึ้นมาเพื่อชื่นชม
แต่แล้วปรากฏว่าทารกน้อยกลับกลายร่างเป็นพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม
ดังเดิม พระองค์ทรงสรรเสริญนางที่มีความเมตตา
และร้องขอให้นางอนุสูยา ไปบอกนางศีลวตี
เพื่อขอให้ถอนคำอธิษฐานนั้นเสีย โดยที่สามีนางศีลวตีจะไม่ตาย
นางศีลวตี เมื่อรับรู้เรื่องราวจึงยินยอมโดยดี
ทั้งสามพระองค์จึงตรัสถามนางอนุสูยา ว่าต้องการขอพรสิ่งใด
นางทูลขอให้พระผู้เป็นเจ้าทั้งสามพระองค์เกิดเป็นบุตรของนางใน
ภายภาคหน้า ทั้งสามพระองค์จึงได้ประทานพรตามคำขอ โดยที่
พระนารายณ์ เกิดเป็นพระทัตตาเตรยะ ส่วน พระศิวะ
เกิดเป็นทุรวาสัส ขณะที่ พระพรหม เกิดเป็นพระจันทร์…

Read More

การเลือกเสื้อผ้าเพื่อไปงานแต่งสำหรับผู้หญิง
พฤศจิกายน 12, 2018 Comments..0

งานแต่งงานคืองานมงคลที่ใครหลายคนต่างเฝ้าใฝ่ฝัน
แน่นอนว่าเราคงจะต้องรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่ถูกเชิญไปงานแต่งงาน
ยิ่งสมัยนี้ธีมของงานแต่งงานนั้นมีหลากหลายรูปแบบมากมาย
มีการจัดในสวน, หรือจัดตามโรงแรม
ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงการเลือกชุดต่างๆในการไปงานแต่งสำหรับสาวๆ
ที่แน่นอนว่าต้องเลือกให้ดูสวยงามไว้ก่อน ไปดูกันว่าจะมีชุดอะไรบ้าง
แน่นอนว่าถ้านึกถึงงานแต่งสาวๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นชุด เดรส
อยู่แล้ว เพราะเป็นชุดที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน, เรียบร้อย
ดูดีมีเอกลักษณ์
1. Midi Shirtdress
เชิ้ตเดรส
นั้นสามารถใส่ได้ทั้งงานแต่งในแบบกลางวันหรือว่ากลางคืน
ถือว่าเป็นแฟชั่นที่กำลังมาแรงเลยทีเดียว โดยชุด Midi Shirtdress
นั้นจะเป็นการผสานเสื้อผ้าสองสไตล์ระหว่าง ‘เดรส’ กับ ‘เสื้อเชิ้ต’
เข้าไว้ด้วยกัน ชุดที่ให้ความเป็นทางการและสไตล์ที่หวาน ๆ
รวมกันในหนึ่งลุค โบคาดเอวที่ไม่ได้ทำแค่หน้าที่เสริมความน่ารัก
แต่ยังช่วยรัดชุดให้เห็นสัดส่วนของร่างกายได้ชัดขึ้น
ช่วยให้ได้ลุคที่ไม่ธรรมดากันเลยทีเดียว
2. Tie-Waist Pastel
อีกหนึ่งชุดเดรสที่น่าสนใจ บวกกับสีพาสเทล
ที่จะออกแนวความหวานแหววของสีอ่อนๆ ทั้งชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน
เขียวมินต์ ซึ่งเหมาะสมอย่างมากสำหรับงานแต่ง
นอกจากนี้ก็ประดับไปด้วยอุปกรณ์ในการแต่งกายต่างๆ
เลือกให้เหมาะสมก็ดูดีไปอีกแบบเหมือนกัน
3. Floral Dress

ชุดเดรสรายดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกที่สดใสเป็นสไตล์การออกแบบชุด
ที่หยิบมาใส่ตอนไหนก็ดูน่ารักเสมอ
หากธีมงานหรือสไตล์งานมาในรูปแบบสบาย ๆ
การเลือกใส่เดรสเปิดไหล่เป็นอะไรที่ดูเข้ากัน
แต่แนะนำว่าไม่ควรใส่เครื่องประดับเยอะเกินไป
ให้คงคอนเซ็ปต์ของความเรียบง่ายแต่ดูดีมีสไตล์เอาไว้
และควรเลือกรองเท้าให้เหมาะสมพื้นไม่แบนมากจนเกินไป
4. Smart Pants
สำหรับการเลือกชุดไปงานแต่ง
ไม่ใช่แค่เพียงชุดเดรสเท่านั้นที่จะใส่แล้วดูดี แต่เดี๋ยวนี้สาวๆ
ก็หันมานิยมการใส่กางไปงานแต่งกันมากขึ้น
ซึ่งให้ความรู้สึกแบบเรียบง่ายคล่องแคล่วและสะดวกสบาย
ซึ่งสามารถเลือกเสื้อผ้าให้แมตซ์กันได้
ก็ถือว่าดูดีไปอีกแบบขอเพียงแค่เลือกองค์ประกอบต่างๆ ให้ลงตัว
แค่นี้ก็ทำให้สาวๆดูดีไม่แพ้ใคร
โดยเลือกได้ว่าจะใส่แบบขายาวหรือขาสั้น
และควรเลือกที่จะใส่รองเท้าส้นสูง ซึ่งจะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดีเข้าไปอีก
จบกันไปสำหรับ 4 ชุดหลายสไตล์ที่แตกต่างกันๆ
เสื้อผ้าในการออกงานนั้นไม่จำเป็นต้องแพงหรือใช้แบรนด์หรู
ขอเพียงแค่เลือกให้เหมาะสมกับงาน เท่านี้คุณก็จะดูดีแล้ว…

Read More

ธีมสีสำหรับงานแต่งงานในปี 2018 ตอนแรก
พฤศจิกายน 9, 2018 Comments..0

การที่เจ้าภาพ หรือว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาว
สามารถตกลงกันถึงสีของงานแต่งงานได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
จะทำให้การกำหนดส่วนประกอบของงานได้อย่างรวดเร็วและหาข้อสรุปได้
เพราะเราจะมีเป้าหมายของการตัดสินใจอยู่ เพราะสีนั้นคือภาพรวมของงาน
สะท้อนบุคลิกของว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาว
รวมถึงภาพรวมของงานที่จะสื่อถึงความหวาน ความสุกสนาน โรแมนติกหรือหรูหรา เป็นต้น
ซึ่งเทรนสีที่มาแรงในปี 2018 นี้จะเป็นสีม่วง Ultra Violet ที่มีความตุ่น อมเทา
ไม่ใช่ม่วงจัดจ้าน แต่เป็นม่วงที่ลึกลับน่าค้นหา
ซึ่งก็อาจจะยากและไม่เหมาะกับงานแต่งตามความเชื่อของคนไทยเท่าใดนัก
ดังนั้นการใช้เป็นคู่สีที่เข้ากันอาจเป็นทางออกที่ดี
จึงขอนำเสนอเทรนด์คู่สีมาแรงในปีนี้สำหรับเป็นธีมสีจัดงานแต่งงาน
โดยรวมแล้วสำหรับเทรนของงานจะเน้นการใช้สีธรรมชาติ เช่น สีสันของดอกไม้
ใบไม้ ไวน์ ฯลฯ และการใช้สีแบบขึงขัง ดูสงบ โดยเจือความเทา ความหม่นไว้แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา
1. Dusty Rose and Green
คู่สีทั้งสองให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ทว่าแฝงไว้ด้วยความหวาน
เป็นความหวานจากสีชมพูกลีบกุหลาบ รวมกับสีเขียวใบไม้
สองสีนี้เป็นธีมสีเป็นไปในทางเดิมกัน ส่งเสริมกัน
และเนรมิตให้งานแต่งงานของคุณเป็นงานที่สุดโรแมนติก
แต่ตัดความหวานเลี่ยนด้วยความหวานแบบธรรมชาติของสีเขียว
เพราะสองสีนี้เป็นสีของดอกกุหลาบแบบที่มีใบแซมมาด้วย
สามารถนำธีมคู่สีดังกล่าวไปใช้ในงานแต่งงานสไตล์โมเดิร์น มินิมอล
งานแต่งงานในสวนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ไปจนถึงงานแต่งหรูหรา
และอาจใช้สีชมพูกะปิ หรือม่วงอ่อน ๆ ตามเทรนด์สีที่มาแรงในปีนี้มาตัดสลับ
เลือกนำมาแซมบ้าง เพื่อให้งานไม่แบนเรียบและเป็นไปในทิศทางเดียวกันเกินไป
2. Lavender and Lilac
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แม้สีม่วงจะเป็นสีที่มาแรงในปี 2018
แต่การเลือกใช้ก็มีวีจับคู๋สีอยู่
โดยใช้คู่สีม่วงสองโทนสีที่เสริมความสมบูรณ์แบบให้แก่กัน
โดยใช้เป็นสีม่วงจากดอกไม้ ซึ่งก็คือดอกลาเวนเดอร์ และดอกไลแลค
เพราะสีม่วงสองเฉดนี้ซ่อนคาแรคเตอร์ที่ต่างกันไว้
โดยสีม่วงของลาเวนเดอร์เป็นสีม่วงที่มีสีน้ำเงินผสมอยู่มากกว่า
ให้อารมณ์หวานแบบสุขุม มีสเน่ห์ล้ำลึก เรียบง่ายและหรูหรา
ส่วนสีม่วงของดอกไลแลคนั้น จะมีความสดใสและมีความเป็นผู้หญิงมากกว่า
พอรวมกันจึงดูกลมกล่อม ทำให้งานแต่งงานธีมสีม่วงนั้นสมบูรณ์แบบและมีมิติมีรสชาติเพิ่มมากขึ้น
3. Dusty Blue and Deep Red
สีที่เป็นคู่ตรงข้าม ต่างกันสุดขั้วอย่างสีน้ำเงินอ่อน กับสีแดงเข้มอย่างสีของไวน์
สองคู่สีที่ต่างกันคนละขั้วเช่นนี้พอจับมาเข้าคู่กันเป็นธีมสี ก็ให้ความรู้สึกที่สง่า
มีลูกเล่น โดยสีน้ำเงินอ่อนในที่นี้ไม่ใช่สีฟ้า
แต่เป็นสีน้ำเงินที่มีสีขาวมาเจือจางความเข้มออกไปให้เหลือความเป็นน้ำเงินแบบเบา ๆ ฟุ้ง ๆ เมื่อมีสีแดงเข้มมาตัด
ทำให้งานแต่งงานโทนสีนี้มีทั้งกลิ่นอายความสง่าเป็นทางการ
แต่ยังดูชิคและเท่ไม่เบา ซึ่งในส่วนของสีน้ำเงิน อาจใช้สีฟ้าจาง ๆ และสีเนื้ออ่อน ๆ
มามิกซ์เพื่อเพิ่มความละมุนเข้าไปให้ดูหวานขึ้นนและเสริมให้ธีมสีนี้มีมิติมากขึ้นอีกด้วย…

Read More

ขนมหวานมงคลในงานแต่งแบบจีน
พฤศจิกายน 6, 2018 Comments..0

ขึ้นชื่อว่างานแต่งงานแบบจีน นับได้ว่าเป็นงานที่เน้นความเป็นสิริมงคลเป็นอันดับแรก
ตั้งแต่เรื่องพิธีการต่างๆ สีสั้น เสื้อผ้า หรือฤกษ์ต่างๆ
ซึ่งรวมขนมแต่งงานในพิธีแต่งงานของจีน ถือว่ามีความสำคัญมาก เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ตั้งแต่พิธีหมั้นการจัด หรือขบวนขันหมาก
โดยวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับขนมแบบจีนที่ใช้ในพิธีมงคลเหล่านี้กัน
ขนมมงคลแต่เหลี่ยวหรือขนมจันอับ
จากความเชื่อที่ว่าความหวานของขนมจันอับจะทำให้ชีวิตคู่รักกันหวานชื่น
ถือว่าเป็นขนมหวานที่ขาดไม่ได้ในงานแต่งงานตามประเพณีจีน ซึ่งขนมจันอับ
ถือเป็นส่วนหนึ่งในส่วนประกอบของการส่งของหมั้นให้เจ้าสาว
ขนมหมั้นในพิธีจีน
ขนมหมั้นในพิธีจีน เทียบได้กับขนมขันหมากของไทยนั้น
โดยทางฝ่ายเจ้าสาวจะเป็นผู้กำหนดชนิด และจำนวนประมาณ 4-5 อย่าง
โดยขนมแต่ละแบบจะมีความหมายที่เป็นมงคลแตกต่างกัน
จันอับหรือแต่เหลี่ยวของจีนดั้งเดิมประกอบด้วยขนมสี่แบบ คือ เต้าเตี๊ยว ถั่วตัด, มั้วเตี๊ยว
งาตัด, กวยแฉะ ฟักแช่อิ่ม, โหงวจั๊งปัง ข้าวพอง
แต่ถ้าเป็นจันอับในขบวน
ขันหมากไทยจะเพิ่มซกซาลูกกวาดถั่วเคลือบน้ำตาลขาวชมพูอีกอย่างหนึ่งด้วย
จันอับทำจาก ธัญพืช และน้ำตาล จึงสื่อถึงความเจริญงอกงามหอมหวาน ส่วนขนมอื่นๆ
ที่ใช้เป็นขนมหมั้นได้แก่ เปี๊ยะสี่สี มีขนมโก๋อ่อน, ถั่วตัด, ขนมเหนียวงาและขนมเปี๊ยะลูกเล็ก
นอกจากนั้นก็มี งาพอง, ขนมโก๋ขาวที่หน้าเป็นลวดลายปลาเงินปลาทอง หมายถึง
ความมั่งมี,ขนมฟูให้เฟื่องฟู, ซาลาเปาไส้หวาน, ขนมเข่ง ฯลฯ
การจัดขนมในขบวนของหมั้น
แต่ก่อนจะจัดในปิ่นโตจีน ส่วนจันอับใช้กระดาษแดง หรือชมพูห่อเป็นรูปหมอนผูกโบว์
น้ำหนักห่อละชั่ง จัดเป็นจำนวนคู่ สำหรับวันหมั้นใช้สองห่อ
แต่ถ้าหมั้นและรับตัวเจ้าสาวในวันเดียวกันจะใช้สี่ห่อสำหรับขนมอื่นๆ จะใส่ถาดแดง
หรือใส่กล่องที่มีลวดลาย หมายถึง การแต่งงาน และชีวิตคู่ยืนยาว
ในขบวนของหมั้นจะจัดส้มเช้ง ควรจัดส้มเช้งผลงามๆ อย่างน้อย 2 ถาดรวม 48
ผลเพราะ คำว่าส้มในภาษาจีน เรียกว่า “ไตกิก” หมายถึง “โชคดี” ส่วนคำว่า “เช้ง” สื่อถึง
“อนาคตที่สว่างสดใส” โดยที่กล่องขนมและส้มทุกผลจะต้องประดับด้วยตัวอักษรฮี้สีแดง
หมายถึงความสุขยินดี
เมื่อนำขนมหมั้นมาเข้าพิธีแล้ว
มักจะแบ่งแจกจ่ายให้แขกเหรือญาติมิตรในงานอย่างทั่วถึง
และในพิธีหมั้นสมัยก่อนที่หมั้นไว้ช่วงหนึ่งแล้วจึงจะมารับตัวเจ้าสาว
ฝ่ายเจ้าบ่าวก็จะมอบเงินใส่ซองให้อีกส่วนหนึ่ง
เพื่อเป็นเงินค่าขนมส่งไปกำนัลญาติฝ่ายหญิงพร้อมเทียบเชิญมางานแต่งงาน
ในอดีตนิยมจันอับ หรือขนมเปี๊ยะไส้ต่างๆ
แต่ต่อมานิยมเป็นคุกกี้ใส่กล่องแดงติดอักษรซังฮี้
ในปัจจุบันจะนิยมจัดขนมหลายๆ อย่างใส่กล่อง หรือถุงเก๋ๆ หลังจากวันหมั้น
โดยเจ้าสาวโบราณจะจัดขนม ผลไม้ น้ำตาลตังเม
และสิ่งของส่งไปตอบแทนผู้ใหญ่ฝ่ายชายเมื่อถึงวันรับตัวเจ้าสาว…

Read More

Proudly powered by WordPress | Theme: Postmag by www.postmagthemes.com.