จัดงานแต่งงานยังไงทางเว็บของเรามีการแนะนำเบื้องต้น
ชาย – หญิง เรื่องอาหารที่แตกต่างกัน

เราทราบกันดีว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี คือ อาหาร
ดังคำกล่าวที่ว่า You are what you eat
แต่มีอีกคำถามที่น่าสนใจแต่หลายคนกลับละเลยที่จะหาคำตอบ คือ
ชายและหญิงกินอาหารต่างกันหรือไม่?
ทั้งเพศหญิงและเพศชายควรกินอาหารให้ครบถ้วน 5 หมู่เหมือนกัน
แต่สิ่งที่ต้องโฟกัสนั้นมีความแตกต่างกันตามเพศสภาพ ดังนี้

เพศชาย

1. เซเลเนียม ซึ่งสามารถได้รับจากการกินอาหารที่เป็นแหล่งเซเลเนียม ได้แก่
อาหารทะเล เนื้อสัตว์ และเครื่องใน เช่น ตับ และไต

2. ไลโคปีน พบมากในมะเขือเทศ
โดยร่างกายดูดซึมได้ดีจากการกินผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศที่ผ่านการให้ความร้อ
นเช่น ซอสมะเขือเทศ

ทั้งเซเลเนียมและไลโคปีนสำคัญต่อการสร้างฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญของต่อมลู
กหมากเพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากในชายสู
งวัย

เพศหญิง

1. ธาตุเหล็ก
เนื่องจากเพศหญิงมีการสูญเสียธาตุเหล็กมากกว่าเพศชายจากการมีประจำเดือน
โดยอาหารที่เป็นแหล่งธาตุเหล็ก ได้แก่ เนื้อแดง เครื่องใน เลือด คะน้า ผักโขม
และผักใบเขียวเข้มต่างๆ

2. โฟเลตหรือกรดโฟลิก จำเป็นสำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์
แนะนำให้กินจากผักใบเขียวเข้มและถั่วเมล็ดแห้ง หรือเสริมโฟลิก 400 ไมโครกรัม
เป็นเวลา 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์

3. แคลเซียม เมื่ออายุย่างเข้า 40 ปีหรือวัยใกล้หมดประจำเดือน
ควรดื่มนมพร่องไขมันเพื่อเสริมแคลเซียม วันละ 2 กล่องเล็ก
เพราะร่างกายเกิดการสูญเสียแคลเซียม
อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง
เป็นอาหารจริงๆ ไม่ใช่อาหารเสริมหรือเครื่องดื่มชูกำลัง
อีกทั้งยังหารับประทานได้ง่าย และถ้าเลือกให้ถูกกับอาการ
ก็จะเสริมสร้างพลังและนำชีวิตชีวากลับมาอย่างรวดเร็ว มีอะไรบ้างมาดูกัน

อาการ: เครียด

สิ่งที่ควรกิน: โยเกิร์ตไขมันต่ำหนึ่งถ้วยหรือ 2 ช้อนโต๊ะ จะช่วยคลายเครียดได้
งานวิจัยจากประเทศสโลวาเกีย
พบว่าการกินอาหารที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนอย่างโยเกิร์ตและถั่ว
จะทำให้สภาวะความเครียดมีน้อยลงเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้กินอาหารจำพวกกรดอ
ะมิโน ฉะนั้นลองกินโยเกิร์ตกับถั่วบ้างก็จะดี

อาการ: พลังงานถดถอย

สิ่งที่ควรกิน: ลูกเกดและถั่วรวมทั้งธัญพืช สามารถช่วยให้เรามีพลังวังชาขึ้นมาได้
เพราะลูกเกดอุดมไปด้วยโพแทสเซียม
ซึ่งร่างกายจะใช้เปลี่ยนจากน้ำตาลไปเป็นพลังงาน
ส่วนถั่วอุดมไปด้วยแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น
แถมยังช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อแข็งแรง ในทางกลับกัน
ถ้าร่างกายมีระดับแมกนีเซียมในระดับต่ำจะทำให้เกิดกรดแล็กติกซึ่งทำให้ร่างกาย
รู้สึกอ่อนเพลียได้

อาการ: สมองอ่อนล้า

สิ่งที่ควรกิน: บลูเบอร์รี่ เพราะมีสารป้องกันมิให้สมองเกิดอนุมูลอิสระ
อันนำไปสู่ความเสื่อมของเซลล์สมอง
ที่อาจส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน

อาการ: งัวเงีย…ลุกไปทำงานไม่ไหว

สิ่งที่ควรกิน: ไข่และขนมปังโฮลวีตสำหรับมื้อเช้าจะช่วยให้กระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น
เพราะไข่อุดมไปด้วยโปรตีน ถ้าได้กินเป็นอาหารเช้า นอกจากจะให้พลังงานแก่เรา
ยังช่วยให้เรากินอาหารมื้ออื่นๆ ลดน้อยลง
ฉะนั้นใครที่กำลังรักษาหุ่นก็สามารถเลือกไข่และขนมปังโฮลวีตเป็นอาหารเช้าได้เ
ช่นกัน

อาการ: อารมณ์เสียหรือหงุดหงิด

สิ่งที่ควรกิน: ช็อกโกแลต งานวิจัยในอิตาลีพบว่าคนที่กินช็อกโกแลตบ่อยๆ
จะมีแรงขับทางเพศสูง และกระตือรือร้น
ซึ่งความกระตือรือร้นของคนเรามักทำให้มองโลกสดใสอยู่เสมอ…

Read More

เดทแรกอย่างไร ให้ประทับใจชายหนุ่ม

1.ความจริงใจ
การยิ้มคือการสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันโดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพียงแค่ ยิ้มอย่างจริงใจและเป็นมิตร
เท่านี้ผู้ชายก็ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
2.ความเฮฮา ร่าเริง
ถึงแม้ชายหนุ่มต้องการความสัมพันธ์แบบซีเรียสและจริงจังสุดๆ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากได้ผู้หญิงที่แสนจะจริงจังในชีวิตเป็นคู่ของ เขานี่ แสดงความขี้เล่นออกมาบ้าง
เช่น แววตา คำพูด  หรือ มุขตลกๆก้ทำให้บรรยกาศผ่อนคลายเช่นเดียวกัน
3.ความฉลาด
ผู้ชายอาจเบื่อผู้หญิง ที่ยืดเวลาเขาออกไป หรือ ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแถมยืดเยื้ออีกต่างหาก
เขาอยากอยู่กับคนที่มีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา มากกว่าการใช้อารมณ์ส่วนตัวตลอดเวลา
4.ติดหรูหรือไม่
ในขณะที่คุณแสดงการมีปฏิภาณไหวพริบ คุณต้องไม่พูดตรงๆให้เขารู้ ว่าคุณฉลาด
ให้แสดงออกเพียงอย่างเดียวคือสร้างสัมพันธ์อันดีกับเขา
5.เป็นธรรมชาติ
ต้องยอมรับก่อนว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยชอบผู้หญิงสวย แต่ต้องดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเสริมเติมแต่ง
แต่ไม่ใช่ว่าธรรมชาติจนหน้าโทรม ปล่อยเนื้อปล่อนตัว ต้องหมั่นดูแลตัวเองดีๆให้สวยทั้งภายในและภายนอกนั่งเอง
6.เป็นผู้หญิงคิดบวก
การมองโลกในแง่บวก ไม่ได้หมายถึงอะไรๆ ก็โลกสวยไปหมดแต่ต้องมองโลกตามความเป็นจริง
พยายามคิดในแง่บวกเข้าไว้ อย่าพยายามคิดติดลบ หรือมีอคติไปหมด พราะมันจะทำให้เราดูไม่น่ารักใครก็ไม่อยากเข้าใกล้
7.ปราดเปรียว ฉลาด การมั่นใจในตัวเองนั้นบ่งบอกถึงความเป็นตัวของเราเอง การที่เรามั่นใจ ปราดเปรียว 
และฉลาด ช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และเท่ห์มาก
8.เก่งรอบด้าน
ถ้าคุณเป็นคนมีความสามารถ ชอบทำนู่นทำนี่ เช่นชีวิตการทำงาน ชีวิตกับเพื่อนฝูง  มีโลกส่วนตัวที่น่าสนใจ
คุณได้คะแนนเพิ่มแน่นอน
9.เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด
คุณต้องไม่ลืมที่จะเป็นตัวเองบ้าง ที่สำคัญต้องมีมุมมองในแบบของตัวเอง ต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกและสิ่งที่คุณเป็น
อย่าโกหก อย่าเป็นคนอื่น เพราะสุดท้ายถ้าคุณคบกันไป ตัวตนของคุณจริงๆ มันต้องเผยขึ้นมาสักวัน
10.มีเป้าหมายชีวิต
การที่จะมีความฝัน และ มีความทะเยอทะยานในการทำอะไรเพื่อตัวเอง
คุณจะดึงดูผู้ชายคนนั้นได้มากเพราะทำให้รู้ว่าคุณมีเป้าหมายให้กับชีวิตของตัวเอง หนุ่มๆเอง
ก็คงอยากได้ผู้หญิงที่มีเป้าหมายในชีวิตคู่กับเขาเช่นกัน…

Read More

รู้ไว้ ไม่เสียเปล่ากับวิธีการเลือกเพศลูก

ใครบอกว่าลูกคือคนที่สวรรค์ส่งให้มาเกิด แล้วพ่อกับแม่ไม่มีสิทธิ์เลือก มันก็อาจจะจริงส่วนหนึ่ง
แต่ถ้าเกิดว่าคุณได้อ่านบทความนี้ของเรา คุณอาจจะต้องเปลี่ยนใจ เพราะว่า ลูกไม่ใช่ว่า จะเกิดมาเป็นใครก็ได้
เพราะว่าพ่อแม่นั้นมีส่วนในการเลือกเพศของลูกได้ ใครอยากได้ลูกสาว ยกมือขึ้นมา หรือว่าใครอยากที่จะได้ลูกผู้ชาย
ก็แสดงตัวออกมา แล้วมาอ่านบทความนี้ของเราที่เราจะบอกวิธีการเลือกเพศของลูกให้เอาไปทำตาม
แต่ว่าใครยังไม่พร้อมก็ซ้อมรบกันไปก่อน ถุงยางอนามัยก็ใส่ๆกันซะ หรืออยากจะสดก็กินยาคุมด้วยอย่าลืม เอาละ
นอกเรื่องไปไกลหลายคนคงอยากที่จะรู้แล้ว ว่าแล้วก็มาเริ่มต้นวิธีการที่จะได้เพศลูกตามที่หวังได้เลย
ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ต้องการมีลูกชายอย่างน้อย 1 คนไว้สืบตระกูลต่อไป
ครอบครัวคนไทยแท้ก็อยากมีลูกคนโตเป็นผู้ชาย ส่วนคนเล็กเป็นผู้หญิง เพื่อให้พี่ชายคอยดูแลน้องสาวให้ดี
ส่วนบางครอบครัวอยากมีลูกคนโตเป็นเพศหญิงและคนเล็กเป็นเพศชายเพราะพี่สาวจะคอยสอนสิ่งต่าง ๆ ให้น้องได้
และไม่พาน้องไปซนในที่ที่อันตราย ความปรารถนาเหล่านี้บางครอบครัวก็สมดั่งฝัน
บางครอบครัวอาจสลับตามความต้องการแต่ก็พร้อมดูแลพวกเขา แต่ครอบครัวที่มีเฉพาะผู้หญิงล้วน
อาจทำร้ายจิตใจของพ่อหรือแม่ในระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายพวกเขาก็รักและหวงแหนลูกสาวมากที่สุด
หากเป็นในอดีตเราคงเลือกเพศให้ลูกตั้งแต่แรกได้ยาก
แต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องสามารถระบุเพศของทารกก่อนเกิดได้
คนที่อยากได้ลูกชาย ควรมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ไข่ตกวันเดียวเท่านั้น
ก่อนมีเพศสัมพันธ์ให้สวนล้างช่องคลอดโดยใช้โซดาไบคาร์บอเนต เจือจาง(หรือที่โบราณเรียกว่า
โซดาปิ้งขนมปัง)ก่อนการร่วมเพศ เพื่อให้ช่องคลอดมีสภาพเป็นเบส(ด่าง) เหมาะกับการอยู่รอดของโครโมโซม Y
(โครโมโซมเพศชาย) ส่วนคนที่อยากได้ลูกสาวควรร่วมเพศ 2-3 วัน ก่อนวันไข่ตกเท่านั้น
ก่อนมีเพศสัมพันธ์ให้สวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำส้มสายชูเจือจาง เพื่อทำให้อสุจิที่มีโครโมโซม Y(โครโมโซมเพศชาย)
อ่อนแรงลง จึงเหลือเฉพาะโครโมโซม X(โครโมโซมเพศหญิง) เท่านั้นที่ผสมกับไข่
แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมว่า แม้จะได้เพศของลูกตามความต้องการแล้ว แต่ในปัจจุบันความหลากหลายทางเพศกลับมีมากขึ้น
ถึงแม้สภาพร่างกายของลูกจะเป็นชายหรือหญิง
แต่ถ้าลูกมีจิตใจที่ไม่ตรงกับเพศของร่างกายคนเป็นพ่อแม่ก็ไม่ควรที่จะไปบังคับและควรให้ลูกทีมทางเลือกเป็นของตัวเองเพราะ
โลกนี้มีสิ่งสวยงามอีกมากมายที่รออยู่…

Read More

ออกเดทอย่างไรให้มีรอบ2

เดทแรก เป็นเรื่องที่แสนจะวุ่นวายของสาวๆหลายคน เพราะเบื่อจะทำตัวแบบนั้นแบบนี้ให้เขาชอบ
ไม่รู้จะวางตัวยังไง
วันนี้เรามีจุดโฟกัสที่ผู้ชายมักจะมองและพิจารณาคุณในเดทแรก เพื่อที่จะได้โฟกัสให้ตรงจุดเพื่อจะได้สานสัมพันธ์กั
บผู้ชายที่หมายปองได้
-ความจริงใจ
การยิ้มคือการสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันโดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพียงแค่ ยิ้มอย่างจริงใจและเป็นมิตร
เท่านี้ผู้ชายก็ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
-ความเฮฮา ร่าเริง
ถึงแม้ชายหนุ่มต้องการความสัมพันธ์แบบซีเรียสและจริงจังสุดๆ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากได้ผู้หญิงที่แสนจะจริงจังในชีวิตเป็นคู่ของ เขานี่ แสดงความขี้เล่นออกมาบ้าง
เช่น แววตา คำพูด  หรือ มุขตลกๆก้ทำให้บรรยกาศผ่อนคลายเช่นเดียวกัน
-ความฉลาด
ผู้ชายอาจเบื่อผู้หญิง ที่ยืดเวลาเขาออกไป หรือ ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแถมยืดเยื้ออีกต่างหาก
เขาอยากอยู่กับคนที่มีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา มากกว่าการใช้อารมณ์ส่วนตัวตลอดเวลา
-นิสัย
ในขณะที่คุณแสดงการมีปฏิภาณไหวพริบ คุณต้องไม่พูดตรงๆให้เขารู้ ว่าคุณฉลาด
ให้แสดงออกเพียงอย่างเดียวคือสร้างสัมพันธ์อันดีกับเขา
-เป็นธรรมชาติ
ต้องยอมรับก่อนว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยชอบผู้หญิงสวย แต่ต้องดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเสริมเติมแต่ง
แต่ไม่ใช่ว่าธรรมชาติจนหน้าโทรม ปล่อยเนื้อปล่อนตัว ต้องหมั่นดูแลตัวเองดีๆ ให้สวยทั้งภายในและภายนอกนั่งเอง
-เป็นผู้หญิงคิดบวก
การมองโลกในแง่บวก ไม่ได้หมายถึงอะไรๆ ก็โลกสวยไปหมดแต่ต้องมองโลกตามความเป็นจริง
พยายามคิดในแง่บวกเข้าไว้ อย่าพยายามคิดติดลบ หรือมีอคติไปหมด พราะมันจะทำให้เราดูไม่น่ารัก
ใครก็ไม่อยากเข้าใกล้
-ปราดเปรียว ฉลาด การมั่นใจในตัวเองนั้นบ่งบอกถึงความเป็นตัวของเราเอง การที่เรามั่นใจ ปราดเปรียว 
และฉลาด ช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และเท่ห์มาก
-เก่งรอบด้าน
ถ้าคุณเป็นคนมีความสามารถ ชอบทำนู่นทำนี่ เช่นชีวิตการทำงาน ชีวิตกับเพื่อนฝูง  มีโลกส่วนตัวที่น่าสนใจ
คุณได้คะแนนเพิ่มแน่นอน
-เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด
คุณต้องไม่ลืมที่จะเป็นตัวเองบ้าง ที่สำคัญต้องมีมุมมองในแบบของตัวเอง ต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกและสิ่งที่คุณเป็น
อย่าโกหก อย่าเป็นคนอื่น เพราะสุดท้ายถ้าคุณคบกันไป ตัวตนของคุณจริงๆ มันต้องเผยขึ้นมาสักวัน
-มีเป้าหมายชีวิต
การที่จะมีความฝัน และ มีความทะเยอทะยานในการทำอะไรเพื่อตัวเอง
คุณจะดึงดูผู้ชายคนนั้นได้มากเพราะทำให้รู้ว่าคุณมีเป้าหมายให้กับชีวิตของตัวเอง
หนุ่มคนนั้นก็คงอยากได้ผู้หญิงที่มีเป้าหมายในชีวิตคู่กับเขาเช่นกัน…

Read More

จิตวิทยากับความรัก ภาค 2

ความรู้สึกหรือความคิดทั้งหลายที่เรามีเกิดจากสมองและสิ่งที่ทำให้สมองทำงานก็คือฮอร์โมนหรือสารเคมีในสมอง
ซึ่งมันก็มีมากมายมหาศาลและทำงานกันตลอดเวลา เพียงแต่ประสบการณ์ที่เข้ามา
จะเป็นตัวกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงเซลล์ประสาทของสมองให้สร้างโครงข่ายที่เหมาะกับประสบการณ์ที่เจอ เช่น
ถ้าถูกแฟนทิ้งบ่อยๆก็จะเศร้าเสียใจและเจ็บปวด
สมองก็จะสร้างโครงข่ายของเซลล์ประสาทที่กระตุ้นให้เกิดการระแวดระวังเมื่อเกิด
ความรักขึ้น แล้วเมื่อกลายเป็นคนระแวงในความรักมันก็จะส่งผลต่อเนื่องไปยังคนรอบข้าง
เขาอาจจะรู้สึกว่าเราเป็นคนปิดกั้นตัวเองและอาจจะถอยห่างจากเรามากขึ้น
โครงข่ายของเซลล์ประสาทก็โยงใยจนแข็งแรงมากขึ้น
เพราะฉะนั้นประสบการณ์กับพฤติกรรมของสมองเลยเกี่ยวข้องกันแบบแยกกันแทบไม่ได้
อธิบายเรื่องอกหักด้วยหลักเดียวกันได้ไหม?
เคยมีการแสกนสมองของคนอกหัก
นักวิจัยเขาพบว่าเหมือนคนที่เลิกยาแล้วอยากยา เกิดจากการที่
โดปามีนหลั่งเหมือนกัน โดปามีนจะทำงานในช่วงตกหลุมรักกับช่วงอกหัก
ทำให้เกิดอาการคล้ายกัน เพียงแต่ช่วงตกหลุมรักมีอีกคนหนึ่งอยู่แต่ช่วงอกหักไม่มีอีกคนอยู่แล้ว
อกหักให้หมอรักษาได้ไหม?
การพูดคุยบำบัด
ก็เป็นวิธีการรักษาที่ส่งผลกับสารสื่อประสาทและเซลล์ประสาท
แต่ถ้าหมายถึงว่ามียาที่ช่วยรักษาอาการอกหักได้ไหม
มียาโรคซึมเศร้าหลายตัวสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้
เพราะทั้งสองอย่างมีกลไกที่ใกล้เคียงกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ารู้สึกแย่มากๆ
ยังไงก็แนะนำให้ไปพบจิตแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษา
ความเหงาใช้ทฤษฎีหรือหลักอะไรอธิบายได้บ้าง ?
มนุษย์เราหรือสปีชี่ส์โฮโมซาเปียน homo sapiens เกิดขึ้นมาราวๆ
สองแสนปีหรือก่อนนั้น เราเคยอยู่กันเป็นกลุ่มเล็กๆ ในป่ามาตลอด
จนเมื่อไม่กี่พันปีก่อน เราก็ย้ายมาอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่คนเยอะๆ แบบทุกวันนี้
นั่นแปลว่า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ของช่วงเวลาที่เราวิวัฒนาการมา
เราไม่ได้ดำรงชีวิตแบบที่เราอยู่ในปัจจุบันนี้
ประกอบกับว่าเราเป็นสัตว์ที่อ่อนแอเมื่อเทียบกับสัตว์ที่น้ำหนักพอๆ กับเรา
หรือสัตว์ที่เคยอยู่ร่วมในป่ากับเรา เราสู้เสือ จระเข้ สิงโตไม่ได้ แม้แต่ชิมแปนซี
เราก็สู้มันไม่ได้ อาวุธอย่างเดียวของเราในสมัยก่อนคือการอยู่เป็นฝูง
และการหลงฝูงจึงนับเป็นภาวะที่อันตรายมากๆ กับชีวิต
นั่นเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างให้เรารู้สึกทนไม่ได้กับการต้องถูกแยกออกจากฝูง
แล้วเราก็เรียกความรู้สึกหลงฝูงนั้นว่า ‘ความเหงา’
เวลาหนาวคนจะยิ่งรู้สึกเหงาพิสูจน์ได้หรือเปล่า?
สองอย่างนี้มันมีกลไกคล้ายๆกัน คือทั้งความเหงาและความหนาว
เราต้องการการอยู่ร่วมกับคนอื่นเหมือนกัน
จะมีเทคโนโลยีที่ช่วยจัดการความรักให้มีประสิทธิภาพได้ไหม?
ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีไว้ใช้หาคู่เยอะ ทั้งแชท ทั้งโซเชียลมีเดีย ทั้งแอพฯหาคู่
บริษัทหาคู่ แต่ในมุมมองของบางคน
คิดว่าเทคโนโลยีพวกนี้ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีตัวเลือกอื่นๆมากมาย
ทำไมต้องมาทนทุกข์กับคนที่อยู่ข้างๆ ตอนนี้ด้วย กลายเป็นว่าย้อนแย้งกันแต่ยังไงเราก็เชื่อว่า
สุดท้ายสมองของคนเราก็ยังเป็นสมองที่ไม่ต่างจากเมื่อห้าหมื่นปีก่อน
เรายังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้คุ้นเคยกับแอพฯ พวกนี้
เรายังเป็นมนุษย์ที่คุ้นเคยกับการปฏิสัมพันธ์กับคนตรงหน้าจริงๆ มากกว่า…

Read More

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนแต่งงาน

งานแต่งงาน ใครๆก็อยากจะสวยที่สุดกันทั้งนั้น เพราะเป็นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผู้หญิงเรา
ความสวยไม่อาจเสกได้ในเร็ววัน หากคุณกำลังเป็นว่าที่เจ้าสาว
สิ่งแรกที่คุณจะลืมไม่ได้เลยคือการดูแลใส่ใจผิวหน้าก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน
ถึงแม้คุณจะต้องเตรียมตัววางแผนงานแต่งงาน เลือกชุดเจ้าสาว เลือกช่างหน้า ทำผม หรืออะไรอีกมากมายก็ตาม
แต่เรื่องความสวยความงามไม่มีตัวช่วยให้คุณเลือก คุณต้องดูแลใส่ใจด้วยตัวเอง หากอยากเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด
ก็ต้องรู้จักดูแลผิวของตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่คุณจะได้เป็นเจ้าสาวที่สวยสมบูรณ์แบบในวันแต่งงาน
1.กำหนดค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ที่ต้องใช้เพื่อความสวยความงาม สำหรับงานแต่ง ทั้งเรื่องช่างแต่งหน้า ทำผม
และอย่าลืมค่าใช้จ่ายการเข้าคอร์สเจ้าสาว ประเภทคอร์สนวดหน้า นวดตัว ขัดผิว ลดน้ำหนัก
2.เริ่มหาแรงบันดาลใจสำหรับพิธีแต่งงานในฝัน เช่นการเปิดหนังสือหาแบบชุดแต่งงานที่ชอบ
การคัดเลือกธีมงานแต่งที่อยากจะให้เป็น โดยการคั่นหน้าหนังสือ ที่เราชอบเอาไว้
จะได้เอาไว้ปรึกษาหารือกับเจ้าบ่าว หรือไม่ก็เอาไว้คุยกับ เวดดิ้งแพลนเนอร์ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
3.ตัดสินใจ ว่าเราจะไปแต่งหน้าทำผมที่ร้าน หรือว่าจะนัดให้ช่างทำผมมาทำให้ที่งานเลย
4.ความสวยบนใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนั้น เราก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องฟันด้วย ลองไปหาหมอฟัน
ให้ตรวจดูสุขภาพฟัน ให้ขาวสวยสมบูรณ์แบบดูสิ
5.ถ้าอยากจะเปลี่ยนทรงผม หรือว่าเปลี่ยนสีผมใหม่ ให้ลองใช้เวลาช่วงนี้ทำไปก่อนได้เลย ถ้าสวยก็ถือว่าดีไป
แต่ถ้าไม่เวิร์ค อย่างน้อยก็มีเวลาแก้ไขทัน ก่อนจะถึงวันงาน
6.วางแผนออกกำลังกาย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือไม่เคยออกกำลังกายเลย
แต่ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่คุณต้องวางแผนออกกำลังกายอย่างหนัก
เพราะการมีแพลนออกกำลังกายที่ดีไม่เพียงทำให้คุณกลายเป็นเจ้าสาวหุ่นดี
ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับศึกหนักในวันแต่งงาน
7.ทำทรีตเมนต์สม่ำเสมอ หน้า ถือเป็นส่วนสำคัญที่สาวๆ ฉะนั้น 2-3 เดือนก่อนถึงงานแต่ง
ควรเริ่มทำทรีตเมนต์ใบหน้า ซึ่งการทำผิวจะเป็นวิธีที่ช่วยให้รอยแดง รอยสิวบนใบหน้าควรทำทรีตเมนต์เป็นประจำ
8.เข้าร้านทำเล็บ ให้ตัดเล็บให้เรียบร้อย ถ้าไม่ได้เลือกแบบเล็บที่ยุ่งยากมาก
ก็ควรจะทาเล็บให้เสร็จเลยภายในช่วงเวลานั้น แล้วก็ควรจะมีสียาทาเล็บนั้นๆ ติดตัวไปในวันงานด้วย
เผื่อว่าเกิดการลอก หรือหลุดไป จะได้เติมได้ทัน
9.สระผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันงานแต่งงาน ผมที่สกปรกหน่อย
คือผมที่จัดทรงง่ายและอยู่ทรงกว่าผมที่เพิ่งผ่านการสระใหม่ๆ
10.ปรึกษาช่างทำผม ว่าควรจะใช้ครีมบำรุงอะไรหรือไม่ มาร์คหน้าในช่วงกลางคืน แต่ต้องให้แน่ใจด้วย
ว่าไม่มีอาการแพ้มาร์คตัวนั้น
11.รองเท้าแต่งงานที่พิเศษสุด ควรเริ่มต้นด้วยวัสดุที่งดงาม หรูหรา ปักประดับด้วยลูกปัด เลื่อม คริสตัล
หรือผ้าลูกไม้ในรูปแบบที่นุ่มนวล มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สีสันกลมกลืนเข้ากันได้ดีกับชุดแต่งงาน
และนุ่มสบายเท้าเมื่อสวมใส่ นั่นจะเป็นรองเท้าที่ดีที่สุด ซึ่งจะทำให้รู้สึกราวกับว่าเจ้าสาวผู้สวมใส่
คือเจ้าหญิงในเทพนิยายของช่วงเย็นวันงานอย่างแท้จริง…

Read More

พระทองกับนางนาค…ตำนานรักนาคีแห่งกัมพูชา

ความรักอันลือลั่นแห่งกัมพูชาที่กลายเป็นบทประพันธ์เรื่อง“นาคี” ที่ฮิตระเบิดระเบ้อในประเทศไทย
โดยต้องย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล เริ่มเรื่องเมื่อ พระทองที่เป็นโอรสกษัตริย์เมืองหนึ่ง
ถูกเนรเทศออกเดินทางไปยังดินแดนจามเนื่องจากถูกโอรสองค์อื่นใส่ความคิดทรยศ
ซึ่งการเดินทางไปยัง จาม ครั้งนี้ ทำให้ พระทองได้โอกาสขึ้นเป็นกษัตริย์
จากการสร้างจารึกปลอมหลอกหลวงอำมาตย์และทหารสุดท้ายพระราชาโดนขับไล่พ้นบัลลังก์
พร้อมกระอักโลหิตสิ้นพระชนม์ไปด้วยความแค้นที่อัดแน่นเต็มอกวันหนึ่ง พระทอง
ชักชวนไพร่พลบริวารออกเที่ยวตามเนินทรายที่เพิ่งงอกขึ้นใหม่เมื่อเสด็จออกเป็นเวลาน้ำลดจึงทรงท่องเที่ยวไปได้
แต่เมื่อน้ำขึ้นพระองค์จึงทรงหาที่บรรทมเพื่อรอเวลาน้ำลดจะได้กลับพระนคร
คืนนั้นเองที่ นางทาวดี ซึ่งเป็นธิดาพญานาคราชนครบาดาลเกิดความร้อนรุ่มอยู่ในปราสาทไม่ได้
เข้าไปกราบขออนุญาตพระบิดาจะพาไพร่บริวารหญิงแทรกแผ่นดินขึ้นเที่ยวเล่นยังโลกมนุษย์
ก่อนจะว่ายน้ำเล่นไปเรื่อยจนถึงเกาะใหญ่ริมทะเลที่เกาะใหญ่แห่งนั้น นางทาวดี ได้พบกับ พระทอง
และตกหลุมรักกันในทันทีกระทั่งพญานาคราชนครบาดาลทราบเรื่อง
พร้อมยินยอมให้ทั้งคู่ครองรักกันก่อนจะใช้ฤทธิ์สูบน้ำจนแห้งเหือด
แล้วสร้างปราสาทราชวังให้เป็นของขวัญแก่ทั้งคู่อย่างไรก็ตาม พระทอง กังวลพระทัยเป็นอย่างมาก
เพราะพระองค์เป็นมนุษย์ จะแทรกแผ่นดินไปเมืองนาคได้อย่างไรเนื่องจาก พญานาคราชนครบาดาล
ทรงต้องการให้จัดงานแต่งงานขึ้นที่เมืองบาดาลด้วยหลังจากเสร็จพิธีบนโลกมนุษย์แล้ว
เมื่อ นางทาวดี ทราบเรื่อง จึงกราบทูล พระทองว่าเพียงจับชายสไบของนางให้แน่น อย่าปล่อยให้หลุดมือ
ก็จะเสด็จไปยังเมืองบาดาลได้ส่วนไพร่พลที่ต้องเข้ากระบวนแห่ทั้งหมด
ต้องให้เกาะชายพระภูษาของพระทองให้แน่นก็จะไปถึงเมืองนาคได้เช่นกัน
สุดท้ายพิธีอภิเษกของ พระทอง กับ นางทาวดีในเมืองบาดาล ก็ได้รับการจัดอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ
โดยพระราชานาคได้ถวายพระนามให้ใหม่ทั้งสองพระองค์ คือพระบาทอาทิจจวงษา และ พระนางทาวธิดา
ส่วน เกาะโคธลอก ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น กรุงกัมพูชาธิบดีโดยราชานาคทรงจัดเสนานาคที่มีอิทธิฤทธิ์ ๒ ตัว
มาคอยเฝ้าคุ้มครองปกป้องแก่กรุงกัมพูชาธิบดีด้วยขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างบ้านเมืองให้อยู่ ชื่อ กรุงกัมพูชา
พร้อมทั้งปกป้องคุ้มครองให้เกิดความมั่งคั่งและมั่นคงขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่ พระทอง จับสไบ นางทาวดี
ลงไปยังเมืองบาดาลยังกลายประเพณีปฏิบัติสืบมาในพิธีแต่งงานของชาวกัมพูชา
โดยเป็นช่วงส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหอเจ้าบ่าวต้องเกาะชายสไบเจ้าสาวให้แน่นตามอย่างที่พระทองเกาะสไบนางทาวดีนั่นเอง…

Read More

รักสามเศร้าที่เมืองลาว…สู่ตำนานแห่งปราสาทวัดพู

ลาว ประเทศเพื่อนบ้านของไทยได้รับการเล่าขานเรื่องมนต์เสน่ห์แห่งความสงบเรียบง่าย
แถมบ้านเมืองยังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามพร้อมทั้งยังอนุรักษ์วัฒนธรรมเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้สานต่อ
จนแทบจะอดอิจฉากับวิถีชีวิตของพวกเขาไม่ได้
นอกจากนี้ ลาวยังเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมเรื่องการท่องเที่ยว
โดยหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญคือ “ปราสาทวัดพู”โบราณสถานในแขวงจำปาสัก
ศูนย์รวมความเชื่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนตั้งแต่โบราณกาล
ซึ่งก่อนจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของเอเชีย
และได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก “ปราสาทวัดพู”
ยังมีเรื่องราวปรัมปราเกี่ยวกับความรักสามเศร้าที่เล่าขานผ่านหน้า
ประวัติศาสตร์ และงานแสดงที่มีกำหนดฉายทุกปีในวันเพ็ญ 15 ค่ำเดือน 3
ตำนานความรักสามเศร้าครั้งนี้ กำเนิดในยุคสมัยของ
ท้าวบาเจียง บุตรชายของหัวหน้าบ้านชาวเผ่า ที่ไปหลงรัก
นางมะโรง สาวสวยธิดาเศรษฐีชาวลาวลุ่มผู้หนึ่งที่ได้หมั้นหมายกับ ท้าวจัมปาสัก
บุตรชายของเจ้าเมืองลาวลุ่มอีกเมืองหนึ่งความจริงเรื่องราวครั้งนี้คงไม่ได้เป็นตำนานเล่าขาน
หากทุกสิ่งทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดี และบิดาของนางมะโรงไม่ลุ่มหลงในมรัพย์สมบัติ จนยอมปล่อยตัวลูกสาวที่รักอยู่กับ
ท้าวบาเจียง ให้ ท้าวจำปาสัก ที่มีทรัพย์สมบัติมากกว่าเรื่องดังกล่าวสร้างความคับแค้นและอับอายให้ ท้าวบาเจียง
เป็นอย่างมาก จึงได้สาปแช่งให้ความรักของ นางมะโรง และท้าวจำปาสัก เป็นความรักที่ทุกข์ทรมาน
แล้วกระโดดหน้าผาลงมาตายเพื่อหลบล้างความแค้นและความอับอายครั้งนี้
ส่วน นางมะโรง เมื่อได้อยู่กินกับ ท้าวจัมปาสัก
รักของคนทั้งสองกลับกลายเป็นความรักที่เปี่ยมไปด้วยความทุกข์
จนในที่สุด นางมะโรง ก็ไม่อาจทนทุกข์อยู่ต่อไปได้จึงตัดสินใจกระโดดหน้าผา ณ สถานที่แห่งเดียวกับ ท้าวบาเจียง
ตายตกตามกันไปกระทั่งหลายร้อยปีผ่านไปความรักสามเศร้าครั้งนี้ก็ตามมาหลอกหลอนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง จิตรเสน
อนุชาต่างมารดาของกษัตริย์ผู้มีสถานะเป็นจอมทัพแห่งเศรษฐปุระได้นัดพบกับ นางชยันธร บุตรสาวของมหาปุโรหิตย์
ที่จะเป็นราชินีของเมืองนี้คนต่อไป เพื่อลานางไปทำศึกกับฟูนันเมืองทางปลายแม่น้ำโขง
แต่ในเงามืดนั้น กษัตริย์ภววรมัน คู่รักของนางชยันธรได้ซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ และได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง
นั่นคือการนำ นางชยันธรหญิงสาวบริสุทธิ์ไปเป็นเครื่องบูชายัญแม่น้ำมูลปิดตำนานรักสามเศร้าในชาตินั้นไป
กระทั่งหลายร้อยปีต่อมา ราชครูหลวงยอดแก้วโพนสะเม็กหรือ ยาคูขี้หอม นำเจ้าชายราชวงศ์ล้านช้างแห่งเวียงจันทน์
หนีภัยคุกคามจากการแย่งชิงราชสมบัติมุ่งหน้าลงใต้จนเจ้าชายไปพบรัก นางแพง เจ้าเมืองหญิงแห่งดินแดนจัมปาสัก
ราชครูหลวงได้เอ่ยปากหว่านล้อมให้เจ้าเมืองหญิงมอบอำนาจการปกครองให้กับเจ้าชายราชวงศ์ล้านช้าง
และได้สำแดงฤทธิ์ให้เจ้าเมืองหญิงมองเห็นอดีตชาติที่เจ้าเมืองเคยเกิดเป็น นางมะโรง และ นางชยันธร
ซึ่งมีบาปเคราะห์ผูกพันมากับสองชายจนถึงวันนี้ดังนั้น นางแพง
จึงตัดสินใจมอบเมืองให้กับเจ้าชายแห่งล้านช้าง บาปเคราะห์ต่างๆ
ที่ดำเนินมาร่วมกันหลายร้อยปีจึงสิ้นสุดลง ส่วน นางแพงเดินทางออกถือเพศบรรพชิตบำเพ็ญภาวนาเพื่อความสงบสุขของตนเองในชาติภพหน้าสืบไป…

Read More

จีบผู้ชายอย่างไรไม่ให้พลาด

เป็นเรื่องธรรมดาของผู้หญิงที่จะเป็นฝ่ายถูกจีบก่อนอยู่แล้ว แต่เชื่อได้เลยว่า ผู้หญิงหลายคนก็มีคนที่ชอบอยู่ในใจ
เพียงแต่ว่าอาจจะไม่กล้าที่จะจีบก่อน แต่ทุกคนมีสิทธ์เลือก คนที่เราต้องการ
ดังนั้นจึงต้องมาศึกาาการจีบผู้ชายอย่างไรไม่ให้พลาดเป้า
1.สบตา. การสบตาเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการจีบ และเป็นเทคนิคที่ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา
ตราบใดที่หนุ่มที่คุณแอบชอบอยู่ในระยะที่คุณมองเห็นได้
คุณไม่ต้องถึงกับจ้องทะลุทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณของเขาหรอก แค่สบตากันนานหน่อย
เขาก็รู้แล้วว่าคุณชอบเขา
2.เป็นตัวของตัวเอง
ควรเป็นตัวของตัวเอง มัวแต่เสแสร้งไม่เป็นตัวเองก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ
หากเป็นแฟนกันอาจเกิดปัญหากันในภายหลัง ทางทีดีเป็นตัวเองให้เค้าหลงรักเราในแบบที่เป็นเป็นตัวเองดีที่สุดนะ
3.ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ
รูปลักษณ์ภายนอก สไตล์การแต่งตัวแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกอย่างของความรัก
แต่อย่าลืมนะว่าเป็นสิ่งแรกที่สามารถทำให้หนุ่มๆสนใจได้ ดังนั้นหากสาวๆ ดูดีอยู่เสมอก็ไม่ยากที่หนุ่มๆ
จะตกหลุมรัก
4.ใช้ภาษากาย. คุณสามารถใช้ร่างกายของคุณสื่อสารอะไรได้มากมายโดยที่ไม่ต้องเปิดปากพูดเลย เสียด้วยซ้ำ
การยิ้มและการสบตาก็เป็นส่วนหนึ่งของภาษากาย
5.มีทัศนคติที่ดี
สาวๆ ต้องมีทัศนคติความรักที่ดี
มองโลกบวกและสดใสเข้าไว้ผู้ชายคนไหนก็อยากอยู่ใกล้แต่หากสาวๆมองแง่ลบตลอด
เวลาแถมอารมณ์บูดบึ้งบอกเลยไม่มีใครอยากอยู่ใกล้แน่นอน
6.เริ่มคุย
วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ความสัมพันธ์เดินหน้าและจีบหนุ่มอย่างเปิด
เผยมากขึ้นก็คือการเริ่มบทสนทนากับหนุ่มที่คุณชอบ
หาโอกาสที่จะเข้าไปคุยกับเขาเกี่ยวกับเรื่องที่คุณสองคนเกี่ยวข้องหรือชอบเหมือนๆ กัน เช่นเรื่องเรียน
เรื่องงานหรือเรื่องเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้
7.ชมเขา
อย่าคาดหวังให้เขาชมคุณฝ่ายเดียว ผู้ชายก็ชอบเวลาคนอื่นชมเหมือนกัน
การทำให้หนุ่มที่คุณชอบรู้สึกว่ามีคนสนใจและเห็นคุณค่าของเขาจะแสดงให้เขา
เห็นว่าคุณชอบเขาในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง และแสดงอีกว่าคุณใส่ใจกับรายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับเขา
8.ล่อยให้เขาอยากเจอคุณมากขึ้น
อย่าคุยกับเขานานเกินไปจนเขาเบื่อหรือใจวอกแวก ทางที่ดีกว่านั้นคือ เดินออกมาในขณะที่เขายังสนใจคุณ
เขาจะได้อยากเจอคุณอีกจนใจจะขาด…

Read More

เทคนิคพิชิตใจชายในการออกเดทครั้งแรกให้อยู่หมัด !

เดทครั้งแรกสำคัญมากค่ะ บนโลกนี้มีผู้หญิงมากมาย
หากผู้ชายทุกคนเดทกับเราแค่ครั้งแรกก็เผ่นแน่บหนีเตลิด
อนาคตคงไปโหนห้อยอยู่บนคานแน่นอน
เราเองก็อยากทำให้ใครต่อใครที่พบเราประทับใจด้วยกันทั้งสิ้น ใช่ไหมคะ
ต่อไปนี้คือเทคนิคของการออกเดทที่นำมาฝากกัน ให้เพื่อนๆลองไปปฏิบัติ
ลองไปปรับใช้เพื่อพิชิตใจหนุ่มๆกันค่ะ
ก่อนอื่นเราต้องเตรียมตัวก่อนนะ เทคนิคง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

1.ทำตัวให้สดชื่น อาบน้ำ ทำเล็บ สวมชั้นในสะอาดหอม
และรองเท้าคู่สวมสบาย เดินถนัด วางแผนทำสวยไว้ล่วงหน้าเลย

2.เดทครั้งแรกควรใช้เวลาช่วงสั้นๆ แค่ดื่มกาแฟคุยกัน
หรืออาหารกลางวันดีที่สุด
และอย่าลืมการออกเดทครั้งแรกควรทำตัวให้ดูดีมีคุณค่า
ลองฝึกกับกระจกดูว่าหัวเราะประมาณไหนเป็นเสน่ห์พองาม
ไม่เหมือนผู้หญิงติ๊งต๊อง สร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง

3.ไม่แต่งตัวจัดเกิน ไม่แต่งหน้าจัดเกินไป แต่งเป็นโทนเบาๆสบาย
ไม่หนักเป็นงิ้วคิ้วโก่ง ขืนเจอแบบนั้นผู้ชายมีหวังเผ่นแน่บเลยค่ะ
อย่าลืมว่าความธรรมชาตินั้นดีที่สุด

4.ถ้าเจอหน้ากันแล้วทำอะไรไม่ถูก ก็ให้ยิ้มไว้ก่อนไม่ว่าอะไรก็ตาม
เวลาเดินไปด้วยกันเนี่ย ยิ้มไปเลย อย่าลืมระวังเรื่องการพูดคุยกับเขานะ ง่ายๆเลย
คือ ไม่ควรพูดแต่เรื่องของตัวเอง คุยโวโอ้อวด ควรเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย
ทำตัวให้น่าสนใจพร้อมกับสนใจสิ่งต่างๆรอบตัวด้วย
ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับผู้หญิงอย่างเรา แต่ถ้าเราเปิดใจรับฟัง
สนใจสิ่งที่เขาพูด ป้อนคำถามเยอะๆ เขาจะยิ่งตื่นเต้นและให้ความสนใจเรามากขึ้น
กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเราขึ้นมาเชียวละ
และถ้าเค้าเปิ่นทำซุ่มซ่ามก็อย่าลืมช่วยให้เค้าหายเขินนะ
เดทแรกถือเป็นการเผชิญหน้าขั้นที่หนึ่ง ถ้าผลออกมาเริ่ด
ขั้นที่สองย่อมตามมาไม่ยาก

5.พยายามเป็นตัวของตัวเอง
หากครั้งแรกเราแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา
ครั้งที่สองเราจะมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ซึ่งเป็นผลดีมากกว่าผลเสียการเสแสร้งตั้งแต่เริ่มแรก
เมื่อตัวตนนางมารที่แท้จริงเผยออกมาในภายหลังแล้วเขารับไม่ได้
เราจะเป็นฝ่ายเจ็บ คนส่วนมากพยายามฝืนตัวเอง เช่น พยายามทำตัวให้ดูฉลาด
คิกขุแอ็บแบ๊วน่ารัก หรือพยายามทำให้คนอื่นพอใจมากเกินไป
ผลที่ออกมาอาจดูน่ารำคาญ ผู้ชายดูออกน๊า

6.พอเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว ก็อยากจับมือกันบ้างแล้วเนอะ
การจับมือกันคือการแสดงความใกล้ชิดสนิทสนมของกันและกัน
แต่จะให้เราซึ่งเป็นผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็อาจไม่งาม
ก็ให้ลองสังเกตท่าทีเขาละกันว่าเป็นยังไง ท่าทางเขาอยากจะจูงมือเรา
แต่ไม่กล้าอยู่นั่นแหละ
ถ้าเราจะเป็นฝ่ายจูงมือหรือจับที่บริเวณแขนของเขาก่อนก็ไม่แปลกหรอก ลองดู

7.ก่อนแยกจากกัน อย่าลืมคำขอบคุณและแสดงความสุข
ความสนุกที่ที่คุณได้รับ ให้เราเป็นฝ่าย บ๊ายบาย
ก่อนและที่สำคัญที่สุดแยกจากกันด้วยบรรยากาศที่แจ่มใสร่าเริง
แน่นอนว่าครั้งหน้า เขาต้องชวนคุณไปเดทอีกแน่นอนค่ะ ขอให้โชคดี…

Read More